Perfil de Panpongto liveFotosBlogListas Ferramentas Ajuda

Blog


13 de maio

เท่ากับที่เดิม

อยากจะกลับไปแก้บล็อคที่อัพไปครั้งก่อนจริงๆครับ
 
เพราะอิสระที่ว่านั้น
 
มันได้มลายหายไปจากข้าพเจ้าภายในเวลา 2 วัน
 
ข้าพเจ้าลืมไปเสียสนิทว่าเคยได้ไปรับปากเพื่อนๆว่าจะเป็นสต๊าฟร้องเพลงของอินเตอร์
 
และยังมีงานถ่ายวีดีโอสื่อการสอนที่คาราคาซังมาตั้งแต่ยังไม่ปิดเทอม
 
....
 
ซ้อมร้องเพลง จันทร์ ถึง ศุกร์
 
ซ้อมละครตอนเช้า วันไหนบ้างไม่รู้
 
ถ่ายวีดีโอ เสาร์ อาทิตย์
 
อืมมมห์
 
.....
 
 
 
.....
 
แต่..ก็นะ
 
มันเหมือนปิดเทอมตรงไหนฟระ!!!!
05 de maio

free ทุกๆคน born to be free!!!

รอมานานแล้วครับ กับช่วงเวลานี้
กูปิดเทอมแล้ว!!!!!!
กร๊ากๆๆๆๆๆ มีความสุขจังวะ
ไม่รู้สึกอิสระอย่างงี้มานานโคตรบิดา
ไม่ต้องเรียน ไม่ต้องเตรียมสอบ ไม่ต้องทำรายงาน
 
อย่างน้อยๆข้าฯก็มีความสุขอย่างงี้ได้จนผลสอบออกล่ะวะ 555555555+(- -")
 
ตอนนี้รู้สึกเหมือนเป็นราชา หรือ จ้าวโลก(!!??)อะไรปะมานนั้นเลย
 
อิสระนี่มันเจ๋งจริงๆฝระ
 
จะได้นอน ได้เที่ยว ได้ทำงานพิเศษแล้ว แสดดดด
 
จะไม่ต้องใส่ไท้ ได้พับแขนเสื้อ ใส่กางเกงยีนส์
 
 
ฮืดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ขอสูดกลิ่นอิสรภาพอีกครั้ง
 
หากฉันบินๆไปได้ดั่งนก
ฉันจะบินๆไปในนภา
หากลองล่องลมเหนือฟากฟ้า
ฉันจะมองลงมาบนพื้นดิน
 
โลกมนุษย์
แสนกว้างใหญ่เหลือเกิน
ยิ่งมองยิ่งเพลิน
จำเริญหัวใจ
 
ความงามความรักมีมาตามธรรมชาติ
เติมวาดแต่งแต้มแสงสีตามในใจตน
มีฟ้ามีน้ำมีดินหินทราย และผู้คน
ร่วมสุขทุกข์ทน สร้างแผ่นผืนดินไทย
 
กระแสเสียงเพลงนี้จากฟากฟ้าแสนใกล
ฝากความในใจให้มวลหมู่ชน ทุกคน
อันความเป็นจริงที่มองจากฟ้า เบื้องบน
ฟ้าอยู่ค้ำคน คนไม่อยู่ค้ำฟ้า
 
 
 
 
 
 
 
16 de abril

ทาสเทคโนโลยี

รู้ตัวอีกที
 
หน้าก็แทบจะติดกับจอคอมพิวเตอร์
 
วันไหนไม่ได้เล่นก็จะหงุดหงิด
 
นอนดูทีวีได้เป็นวันๆ
 
 
 
หูก็ติดกับหูฟังไอพ็อด(ซึ่งตอนนี้แฮงค์ไปแล้ว เซ็งแสด)
 
มือถือไม่เคยอยู่ห่างจากมือ
 
 
ถ้าไม่มีสิ่งพวกนี้คนเราจะอยู่ได้มั้ยนะ?
 
 
14 de abril

สงกรานต์เดย์

วันที่ 13 -14 เมษายนของทุกปี
 นอกจากจะเป็นวันที่ร้อนเดือดกระตุ้นอารมณ์กระฟัดกระเฟียดของทุกคน และเป็นวันปีใหม่ไทย ซึ่งก็คือวันสงกรานต์แล้ว ทุกท่านทราบหรือไม่ครับ
ว่าวันที่ 13 และ 14 เมษายนของทุกปี
เป็นวันคนชรา และ วันครอบครัวอบอุ่น อีกด้วย
 
แต่หลายคนมักหลงลืมวันสำคัญสองวันนี้
เล่นกันเลยเถิด จนมีคนบาดเจ็บล้มตายกันเป็นว่าเล่น โดยไม่เคยคิดคำนึงถึงคนที่เค้าเป็นห่วง เลี้ยงเรามาแต่อ้อนแต่ออก
 
ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่เพิ่งรู้ว่ามันมีวันสองวันนี้บรรจุอยู่ในตารางวันเล่นสงกรานต์อันแสนสนุกสนานของข้าพเจ้าด้วย
 
เมื่อวาน ข้าพเจ้าได้ไปเข้าร่วมประเพณีการละเล่นสงกรานต์นี้ที่ถนนสีลม
ศูนย์รวมเหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาว
เดินไปได้ซักพัก
สายตาของข้าพเจ้าได้ไปสะดุดกับภาพๆหนึ่ง
มียายแก่ๆคนหนึ่ง นั่งถือขันอยู่ริมถนน ขอเศษสตางค์จากฝูงชนที่บ้างสาดน้ำ บ้างเล่นแป้ง บ้างฉวยโอกาสนี้จับเนื้อต้องตัวหญิงสาว ซึ่งอาจจะเป็นพี่ น้อง เพื่อน ลูก หรือญาติของคนอื่น
 
ลุงแก่ๆเดินเก็บขวดที่ไม่ใช้แล้วริมถนน
 
คนชรามากมายที่บ้านพักคนชรา ไม่ได้รับการเหลียวแลแม้จากครอบครัวของตนเอง
 
ทำไมชีวิตของพวกท่านเหล่านั้นถึงเป็นเช่นนี้
ครั้งหนึ่ง ทุกคนอาจลืมไปแล้วว่า พวกเขาเคยเป็นบุคลากรที่ขับเคลื่อนประเทศชาติให้เดินมาได้จนถึงทุกวันนี้
พวกเขาเคยเลี้ยงพวกคุณมาจนคุณเติบใหญ่
 
อย่าหลงระเริงไปกับสังคมจนเกินไป จนลืมคนข้างหลัง
คนแก่คนเฒ่า เขาก็ต้องการได้รับความรัก ความใส่ใจ ไม่ต่างกับพวกเราเลย
สนใจ ดูแลพวกท่านบ้าง ถึงแม้บางทีท่านจะขี้หลงขี้ลืม ขี้บ่น และทำให้เรารำคาญบ้าง
แต่ยังไงความรักที่ท่านมีต่อเรา มันไม่ได้ชราไปตามวัยหรอกครับ
 
บอกรัก และดูแลอาม่า อากง ญาติผู้ใหญ่ และคนในครอบครัวเราบ่อยๆนะ ก่อนที่จะไม่ได้บอก
 
 
ปล.โรคหัวใจกำเริบ เลิฟ ละ ละ เลิฟ เลิฟ เลิฟ ดูซิมันกำเริบเลิฟ ละ ละ เลิฟ ยู(กร๊ากก ไม่เห็นเกี่ยวกะที่เขียนไปทีแรกเลยนิหว่า555+)
 
 
 
02 de abril

ออกไปข้างนอก

เกิดอารมณ์อยากไปเที่ยวขึ้นมาอย่างรุนแรง
 
รู้สึกว่าชีวิตค่อนข้างจำเจขาดเรื่องราวใหม่ๆซะเหลือเกิน
เหนื่อยกับสภาพชีวิตตอนนี้อย่างแรง
 
ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีผลงานเห้รัยเลย
 
มีแต่เรียนไปวันๆ
 
 
 
 
อยากไปที่ไหนซักแห่ง ใกลๆ หวะ
 
 
 
เจอผู้คนใหม่ๆ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ
 
ชีวิตกูพักนี้มีแต่ บ้าน คณะ สยาม
 
ครวย
 
เบื่อสาดดดดดดดดดด
เบื่อเรียน
เบื่อกับข้าวคณะ
เบื่อสามย่าน
เบื่อฝนตก
 
เบื่อกิจการคณะ ระบบคณะ
เบื่อการเมือง
 
ก่อนที่กูจะรู้สึกไร้ค่ามากกว่านี้
ถึงเวลาหรือยัง
 
ที่จะ
 
ออกไป
 
ที่ไหน
 
ซักแห่ง
 
ที่ไม่ใช่
ที่นี่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
27 de março

slow motion

ไม่ได้ตั้งใจแอบอ้างเอาชื่อเพลงพี่โจอี้มาตั้งชื่อบล็อคให้เสี่ยงต่อการโดนเก็บค่าลิขสิทธิ์แต่อย่างใด
 
แต่ช่วงนี้ชีวิตมันเนือยๆ วุ่นๆยังไงพิกล(เอ๊ะ อัพไปก็งงไป??)
 
เกิดอาการขี้เกียจอัพบล็อคขึ้นมาอย่างประหลาด
 
อากาศร้อน บ้านเมืองระอุ
 
ไล่กันเข้าไป หน้าด้านอยู่กันเข้าไป
 
คนบ้าทุบทำลายองค์ท้าวมหาพรหม
 
ก็โดนรุมประชาทัณฑ์ตายตกตามซากพระรูปไป
 
ข้าพเจ้าก็ยังต้องเรียนเข้าไป ทำรายงานเข้าไป
 
พบว่าช่วงนี้ตัวเองอารมณ์แปรปรวน ควบคุมไม่ค่อยจะอยู่
 
 
 
ข้าพเจ้ารีบใช้ชีวิตไปรึเปล่านะ
 
พอรีบ รายละเอียดที่ควรจะได้มันก็ไม่ได้
 
ชีวิตบางช่วงผ่านไปอย่างไร้ค่า เพราะเราร้อนรนรีบเร่งเกินไป
 
 
 
สัด ร้อน...
 
 
อืมม
 
ช้าลงหน่อย ใจเย็นลงหน่อย ดีมั้ยนะ...
 
 
ช้าลง แต่ไม่หยุดนิ่ง แค่ช้าลง
 
 
 
 
 
กูบ่นเหี้ยรัยวะเนี่ย?
 
 
สติมา ปัญญามี เด้อ
 
 
 
 
 
20 de março

มีนาที่ 19 วันที่กูอายุครบ 19

 
 
 
คนโง่ ใช้ชีวิตอย่างไร้เป้าหมาย จึงว่ายไป แล้ววนกลับมาที่เดิม
 
 
 
 
 
คนฉลาด มักตั้งเป้าหมายชีวิตยิ่งใหญ่ จึงไม่พอใจกับภาวะที่ตนเป็นซักที
 
 
 
 
 
 
คนเจ้าปัญญา ย่อมมีเป้าหมายสูงสุดแห่งชีวิต และมีเป้าหมายน้อยนิดสานสู่เป้าหมายใหญ่
                 
จึงมีบันไดความสำเร็จให้บรรลุเป็นลำดับไป
ได้กำลังใจ และหรรษาไปตลอดกาล
 
 
 
 
 
 
19ปีแล้ว ยังไม่ค่อยทำอะไรมีประโยชน์กับชีวิตเลยว่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
...
 
 
 
 
คนโง่
 
 
 
 
 
 
คนฉลาด
 
 
 
 
 
 
 
 
คนเจ้าปัญญา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กู  ...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
12 de março

เติบโต

หลังจากพิธีถอดไท้เสร็จสิ้น
มันคือสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดปี1
 
"พวกมึงเป็นพี่แล้วนะ เป็นพี่ หมายถึง แข็งแรง เว่ย
ไอ้สัตว์ กูพูดแค่นี้พวกมึงคงเข้าใจนะ"
พี่อู๋พูดจบ พร้อมกับกอดคอข้าพเจ้าและแก้ว เย ชอ
 
ข้าพเจ้าน้ำตารื้น
 
หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าแค่ประโยคสั้นๆจากพี่ชายโคตรเท่ของข้าพเจ้าคนนี้มันซึ้งอะไรนักหนา
 
แต่ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามันมีความหมายมากมายเหลือเกิน
 
ข้าพเจ้าจะต้องเป็นพี่แล้วสินะ
 1ปีที่ผ่านมา เรื่องหลากหลายผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งดี โคตรดี ซวย เซ็ง เซ็งฉิบหาย
บางเรื่องจำได้ บางเรื่องลืม ทั้งที่ไม่น่าจะลืม แต่ทุกเรื่อง
 
มันทำให้ข้าพเจ้าเติบโตขึ้น
 
แค่ไหนไม่รู้ แต่เติบโต
 
ขอบคุณทุกคน ทุกเหตุการณ์ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
 
-ไอ้เหี้ยเพื่อนๆกูทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่ ร.ร. เก่า หรือที่คณะ
 
ชีวิตนี้กูเคยพูดขอบคุณเป็นล้านๆครั้ง แต่มันมีไม่กี่ครั้งหรอก ที่กูจะพูดออกมากับความรู้สึกของกูที่อยากจะขอบคุณพวกมึงมากขนาดนี้  ขอบคุณพวกมึงทุกคน ที่ยังเป็นเพื่อนกู หรือเคยเป็น อย่างน้อยพวกมึงก็ทำให้ชีวิตกูมีเรื่องราว มีมิตรภาพจากพวกมึง กูขาดเพื่อนๆอย่างพวกมึงไม่ได้จริงๆหวะ
 
สัตว์!รักพวกมึงจริงๆหวะ
 
-ป๊า แม่ อาม่า อากง ปิ่น
 
มีคำขอบคุณมากมายที่อธิบายไม่หมด และคงไม่มีใครมาทดแทนครอบครัวที่ดีที่สุดของป้องครอบครัวนี้ได้อีกแล้ว
   ป๊า แม่    เทอมนี้ป้องจะพยายามทำเกรดให้มันดีขึ้นนะ ถึงมันอาจจะดีขึ้นไม่มาก แต่ก็จะพยายามให้มันดีที่สุดล่ะ
  ปิ่น  ตั้งใจเรียนนะเว้ย จะขึ้น ม.1 แล้ว อะไรมันไม่ง่ายเหมือนตอนประถมหรอก ป๊ากะแม่รักปิ่นมากนะ อย่าทำให้เค้าผิดหวัง
  อาม่า อาม่าพักบ้างนะ อาม่าเหนื่อยมาทั้งชีวิตแล้ว ป้องเข้าใจว่าอากงสำคัญกับอาม่ามาก ครอบครัว ลูกๆ สำคัญกับอาม่ามาก  แต่ทุกอย่างนั้นมันก็สำคัญกับเราทุกคนเช่นกัน อาม่าปล่อยให้ลูกหลานได้ดูแลอาม่า อากงบ้างนะ
  อากง ขอให้อากงดีขึ้นๆ กลับมาเป็นขวัญกำลังใจให้บ้านเรานะ
 
-เอ๋
  ตลอดเกือบ 1 ปีที่เราคบกัน เอ๋ทำให้ป้องได้เรียนรู้อะไรมากมายกับคำว่า"แฟน"
ป้องทำเอ๋เสียใจก็บ่อย ทำเอ๋ร้องไห้ก็หลายครั้ง ป้องรู้ว่าป้องทำผิดกับคนที่รักป้อง
เพิ่งรู้ว่า ตอนนั้นป้องยังเด็กมากจริงๆกับเรื่องพวกนี้ เห็นแก่ตัว ขี้งอน ไร้เหตุผล จอมบังคับ
 
แต่เอ๋ก็ยังทำทุกอย่างเพื่อป้อง
ป้องนี่มันเหี้ยจริงๆนะ มีคนที่รักเราขนาดนั้น แต่ก็ยังไม่ค่อยจะเห็นค่า
 
ขอโทษอีกครั้ง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้แก้อะไรในอดีตให้มันดีขึ้นได้
ขอบคุณ กับช่วงเวลาที่ดีมากช่วงนึงในชีวิตป้องนะ
 
รักกะบูมมากๆอย่าให้มันเกิดเหตุการณ์แบบเราอีกนะ
เอ๋เป็นคนดีมาก ใครได้คบกะเอ๋ก็ถือว่าโชคดีมากแล้วหละ
ดูแลความรักดีๆนะ ดูแลตัวเอง หม่าม้า เจ่เจ้ด้วย
มีรัยโทรมาปรึกษาได้ 24 ชั่วโมง เพื่อนคนนี้ยินดีฟังทุกอย่างด้วยความเต็มใจ
 
เป็นห่วงเสมอ
 
-บิ๋ม
  มึงจะไปอเมริกาแล้ว ถ่ายรูปเก็บอเมริกากลับมาให้กูด้วยนะ
แล้วเราคงจะได้กลับมานั่งคุยกันเรื่องศิลปะกะเรื่องอิมๆอีก
ไม่มีรัยจะพูดเรื่องมึงมากเว้ย เอาเป็นว่ารู้กันนะเว้ย
 
มึงยังคงเป็นเพื่อนสนิทของกูเสมอ
 
ขอให้โชคดีกับสิ่งที่มึงทำ สิ่งที่มึงไฝ่ฝันจะทำ แล้วก็ทิ้งอคติกับเรื่องเก่าๆในชีวิตซะที
 
ดีใจเหี้ยๆที่ได้เป็นเพื่อนมึงหวะ ไอ้เบิ้ม!
 
-หมิว
  หมิวเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตป้องจริงๆนะ
หมิวทำให้คนไม่ค่อยเอาไหนคนนี้จริงจังและมีระเบียบกับชีวิตมากขึ้น
รู้จักแคร์คนอื่นมากขึ้น
คิดมากขึ้น
ดื้อน้อยลง
มากมายเหลือเกินที่ป้องไม่เคยทำให้ใคร
 
หมิวเข้ามาทำให้ชีวิตของป้องดูมีน้ำหนักขึ้น
 
สนใจอนาคตมากขึ้น
 
รู้จักการปรับตัว และยอมรับในตัวตนของคนอื่น
 
การเดินทางใหม่ของป้องในครั้งนี้ ป้องจริงจังมาก
แล้วก็หวังว่าคนที่เดินทางไปกับป้องคนนี้
จะเป็นคนนั้นที่ใช่จริงๆ และจะไม่ทิ้งป้องไปก่อนจะถึงที่หมาย
 
และป้องคิดว่าป้องคงเลือกไม่ผิดนะ
 
จับมือไว้แล้วไปด้วยกันนะ หมิวน้อย
 
รัก มากกว่าที่บอกครั้งที่แล้ว..
 
 
 
 
ขอบคุณพระผู้สร้าง และนักการเมืองที่ไม่โกงกินประชาชนทุกท่าน
 
และโลกที่ยังมีพื้นที่ให้ข้าพเจ้าสูดหายใจ เพื่อที่จะเติบโตต่อไป...
 
เชี่ย ทำไมเสปซกูพักนี้มันเนิร์ดจังวะ
แต่อ่านๆแล้วก็เม้นกันด้วยนะคระ อย่าเครียดกันหละ บายๆๆๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
04 de março

HuaYuanJia

ไปดูFearlessมา ประทับใจมาก
รอหนังกังฟูที่เนื้อเรื่องคลาสสิคอย่างนี้มานานแล้ว
 
จอมยุทธ์คนหนึ่งหวังจะเป็นหนึ่งในใต้หล้า
จึงออกเดินทางท้าประลองกับยอดฝีมือทั่วผืนปฐพี
แล้ววันหนึ่ง เกิดคำถามขึ้นในใจว่า
"เหตุใดเล่าคนถึงต้องทะเยอทะยานอยากได้สิ่งที่เรียกว่า
<ที่หนึ่ง>
 มาครอบครอง"
เขาต้องต่อสู้เรื่อยไปไม่มีวันหยุดจนไม่เหลือผู้ใดให้เขาประมือด้วยอย่างนั้นหรือ?
 
หรือการต่อสู้ของเขาจะไม่มีจุดอวสานจนกระทั่งยมทูตจะมาพรากวิญญาณของเขาไปอย่างนั้นหรือ?
 
เอาเป็นว่า จะไม่ขอสาธยายเรื่องย่อให้มันมากความ
แต่เมื่อข้าพเจ้าดูหนังจบ ก็ได้ข้อขบคิดมาได้ความคร่าวๆว่า:
 
แม้เปลวอัคคีที่สะท้อนบนกระบี่ที่อาบเลือดศัตรูคู่แค้นของเขานั้น
จะร้อนแรงลุกไหม้เพียงใด ก็หาเปรียบได้กับไฟโทษะแค้นที่เผาผลาญจิตใจตนเอง
 
 
การจองเวรไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์ รังแต่จะก่อให้เกิดกรรมเวรต่อไปไม่รู้จักหมดจักสิ้น
 
คนเราเกิดมาไม่มีทางที่จะสมหวังตลอด
 
เป้าหมายของการฝึกยุทธ์ ไม่ใช่การเอาชนะผู้อื่น
แต่คือการเอาชนะใจตนเอง
 
การปลูกข้าวนั้นต้องมีระยะห่างระหว่างข้าวแต่ละต้น ข้าวถึงจะเจริญเติบโต
เปรียบได้กับความสัมพันธ์มนุษย์ เราไม่ควรไปก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของผู้อื่น
เพราะเมื่อนั้น เราก็จะยิ่งเสียอัตตาของตนเองไปเช่นกัน
 
ใบชาไม่มีการแบ่งชั้น ว่าใบชาแบบไหนดี แบบไหนเลว
มันเกิดขึ้นมาตามธรรมชาติของมัน แต่มนุษย์เราถือสิทธิ์ไปตัดสินแบ่งแยกมันเอง
เรามีสิทธิ์ไปตัดสินสิ่งอื่น หรือผู้อื่น ได้หรือ?
 
อย่าทำร้ายเพื่อนร่วมชาติ ยั่งไปกว่านั้น เพื่อนร่วมโลก
 
 
 
ขอคารวะจอมยุทธ์ทุกท่านด้วยสุราสยบพยัคฆ์!!!
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
03 de março

THE NEW BEGINNING

สวัสดีไดอารี่ที่รัก
(ที่จริงไม่อยากขึ้นต้นอย่างนี้หรอกนะขรับ)
ไม่ได้เจอกันมาเกือบครึ่งเดือน
เนื่องด้วยข้าพเจ้าติดภาระ
ที่ต้องรับบททดสอบทางการศึกษาอย่างใหญ่หลวง
นั่นก็คือการสอบกลางภาค
6 วิชา โอ้ว ยอร์ช
แถมมันยังเป็นการสอบแบบเป็นฤดูกาล คืออาทิตย์ละ 2 -3 วิชา
ซึ่งนั้นหมายความว่า
 ข้าพเจ้าต้องทนอยู่กับมันเป็นเวลาเกือบเดือนเลยทีเดียว
ทรมานเชี่ยๆ รุสึกเหมือนสอบเส็ด แต่ก็ยังไม่เส็ด
ผ่านไป 3 วิชา แบบถลอกๆ ทำได้มั่ง ไม่ได้มั่ง ลอกคนข้างๆมั่ง
แต่ก็เดินทางมาโดยสวัสดิภาพ
อีก 3 วิชาที่เหลือ
-ซิวิไลเซชั่น  ชีทเป็นปึกราวกับสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง เนื้อหาเยอะเชี้ย
                  ถ้าฉีกกินแล้วจำได้ก็คงทำไปแล้ว
                  แต่ยังไงก็ยังต้องทรหดอ่านต่อไป
                  4 days left.
-ฟิล์ม  อันนี้ไม่วอรี่เท่าไหร่ เพราะเป็นชอยส์
          แต่ด้วยลุคของอาจารย์ที่ค่อนข้างดูซาดิสต์
          ก็คงต้องอ่านเพื่อป้องกันภัยซ่อนเร้น(the phantom manace)
          ไว้ก่อน
          6 days left.
-อีค่อน  โนคอมเมนต์ กูไม่เคยเรียน ไม่รู้ว่าเรียนอะไร
            และไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปสอบ
            11 days left.
 
 
ยังไงก็สู้เค้านะเพื่อนๆ ข้าพเจ้าก็จะยืนหยัด(ลอก)เคียงข้างเพื่อนๆต่อไป ด้วยเลือดอันร้อนระอุของนักสู้ที่ราบลุ่มผืนแผ่นดินขวานทองแห่งนี้  ข้าพเจ้าเชื่อว่าทุกคนทำได้ครับ  เซบาฮึมมม ช็อคกา!!!!
 
 
แหะๆ คนนี้จะไม่เขียนถึงก็ยังไงอยู่โนะ ดีใจด้วยที่สอบเส็ดซะที(ที่จริงเหลืออีก1วิชา แต่ไม่ซีเรียสใช่ม้า)
จะได้ชิลกะเค้าบ้าง เหงเครียดมาหลายอาทิตย์แระ
เที่ยวๆ ชิลๆ แร้วก็แวะมาหาเค้าบ่อยๆด้วย
ขอบคุณที่ยังอยู่กุมมือข้างๆกัน 
ป้องจะพยายามทำสิ่งที่พูดให้สำเร็จให้ได้นะ
24/2/49  -------- 27/2/49 ------ รู้นะ ว่าวันอะไรอ่ะ อิๆๆ
....... นะ หมิวน้อย(ไปเติมคำเอาเอง 55)
 
 
ตอนนี้ขอตัวไปเตรียมพร้อม
ฝึกฝนพลัง เดินลมปราณภายใน
เพื่อการบุกฝ่าอารยธรรมศิวิไลซ์
ในอีก 4 วันข้างหน้า
 
เจอกันเมื่อเหล่าร้ายคุกคาม
 
โชคดี
 
 
 
 
18 de fevereiro

เฉย

มีใครบ้างที่ไม่รัก ไม่ปักใจมัวเมากับคู่ใครและคู่เขา
มีใครบ้างที่ไม่โลภ และไม่ละโมภอยากได้ของใครและของเขา
มีคนไหนล่ะที่ไม่โกรธ ไม่โมโหโกรธาหรือโทศาเหมือนกับวัวบ้า
มีใครบ้างที่ไม่หลง ติดอยู่กับวังเวียนวน อยากจะหลีกหนีไปให้พ้น
รู้สึกสับสน
ที่ได้เกิดมาเป็นคน
ที่เขาว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
รู้สึกสับสน
คงเป็นทุกข์ทน
ที่หวังอะไรในใจแล้วไม่ค่อยได้มา
บางครั้งก็ท้อ
บางครั้งก็ล้า
หนักๆเข้าไปคงต้องเฉยคงต้องชา
ก็ไอ้เรื่องเฮงซวยที่ต้องผ่านๆเข้ามา
ลองเจอซักคราก็จะผ่านๆพ้นไป
 
...
 
ต่างจิต และต่างใจ
ที่แตกต่างกันไปเรียกว่านานาจิตตัง
ตามที่พระท่านสั่งท่านสอน เราก็ว่านอนสอนง่าย
ใครจะทำก็ได้
อีกทั้งสุรานารีดนตรีกีฬา
ที่เขาว่าเป็นหลักปฏิบัติ
 
และอายุวรรณะ สุขะ พละ
 
 
 
คนเราบางคราวกับเรื่องราวที่เหนื่อยหัวใจ
หากเดินต่อไปคงไม่พ้นทางตัน
ภูเขาแม่นำที่ขวางกั้น
ถ้าก้าวไป ด้วยกัน มันคงจะไม่ยากเย็น
 
 
NITADE's FUCKIN'SEPERATION
 
 
 
 
 
16 de fevereiro

Endless Walz

ก่อนอื่นต้องขอโทษเพื่อนๆที่อาจเกิดอาการหวานเลี่ยน
จากการอัพเสปซของข้าพเจ้าครั้งที่แล้ว
และขอเตือนว่าอาจจะต้องเลี่ยนต่อไป 555+
 
 
ตื่นมากับอาการไอแบบมีเสลด
เวรแล้ว วันนั้นไม่น่ากินไอติมเลย
หรือว่ากรูต้องไปตรวจปอดวะ
 
แต่ยังไงจะลองต่อสู้กับอาการนี้ดูอีกซัก 2-3วัน
 
วันนี้ไม่รู้ว่าจะใส่ชุดนิสิตไปเรียนทำไม
ในเมื่อข้าพเจ้าแค่ไปส่งงานอีค่อน(ซึ่งลอกเพื่อน)
แถมยังฝากเค้าไปส่งโดยไม่ขึ้นเรียนอีกตะหาก
 
ตอนเที่ยงเกิดอารมณ์อยากดูหนังคนเดียว
เลยลองไปดูโรงที่พารากอน ดูเรื่อง
"กระสือวาเลนไทน์"
จริงๆเรื่องนี้หมิวน้อยบ่นว่าอยากดูมาก
แต่แหะๆๆใกล้สอบแร้วนี่
ป้องดูเผื่อระกันนะ อย่าโกดเลย^^"งิๆๆ
เมื่อไหร่เราจะได้ดูหนังด้วยกันอีกนะ?
 
นั่งรออยู่หน้าโรง ได้ดูหนังตัวอย่าง
เรื่องอะไรไม่รู้ จำไม่ได้ รุสึกจะเป็นหนังเกาหลี
ชอบคำๆนึงของหนังเรื่องนี้มาก
 
"seperation is another face of love"
 
บางที่ความรักก็ไม่ใช่การอยู่ด้วยกันตลอด
ความรักต้องการการแบ่งออก การมีช่องว่าง
ถ้าเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
แล้วจะเข้าใจคำว่า"คิดถึง"ได้ยังไงกันเนอะ
 
ดูหนังจบ ได้ข้อคิดมาหลายอย่าง
แต่ข้าพเจ้าจะไม่ขอเล่าตอนจบให้ท่านผู้ที่ยังไม่ได้ดูให้เสียอารมณ์แต่อย่างใด
 
1.เรื่องเวรกรรม ระวังกรรมทันตา จะมา เมื่อไหร่ ไม่รู้
2.ยิ่งทำให้เชื่อเรื่องเนื้อคู่มากขึ้นไปอีก
3.กระสือ ไม่ได้มีแค่หัวกับไส้
แต่กระสือ ยังมี"หัวใจ"ที่รักมั่น แม้คืนวันผันผ่าน
พันปีหมื่นวัน ยังมั่นรักเธอ
 
                      ......
 
อยากมีความรักแบบคนรุ่นเก่าๆบ้าง ดูเค้ารักกันดีจัง
เห็นคนแก่เดินจูงมือกันทีไร ซึ้งนำตาแทบไหลทุกที
ดูเว่อหน่อย แต่เป็นจริงๆนะ
 
จากนั้นก็มาดูหมิวน้อยแข่งลีลาศที่วิทย์กีฬา
วันนี้รอบคัดเลือก
หมิวน้อยเต้นเข้ารอบทั้ง 4จังหวะ
จำได้แค่3อ่ะ วอลซ์ แทงโก้ แล้วก็ชะชะช่า
แถมยังได้ที่ 3 แทงโก้ อีกตะหาก
 
วันนี้ทำดีมากค้าบบบบ ขอปรบมือให้
Ps.อืมมมม วันนี้รุสึกอบอุ่นดีจัง
ตอนที่นั่งพิงๆกันหงะ อิๆๆ
 
อยากร้องเพลงของชัย บลูส์
"เธอซบอิงไหล่ฉัน คืนนั้นดวงดาวร้องเพลง
ดวงดาวร้องเพลง"
 
รุสึกเหมือนดวงดาวมันจะร้องเพลงได้จิงๆนะ
อิๆๆ เพ้อหวะ
 
 
แร้วก็มาส่งหมิวน้อยที่คณะ
เพราะว่าแม่หมิวน้อยมารอนานแร้ว
 
เจอพี่โจ้37ระหว่างทางเดิน
พี่แกชวนไปกินร้านอาหารรสเด็ดแถว4พระยา
ยังลังเลอยู่กะไอ้ติ้ง แล้วก็ต่ายตาโต ว่าจะไปดีป่าว
แต่สุดท้าย ทนแรงยุไม่ไหว ต้องไปลองซะที55
 
ร้านเป็นห้องแถวเก่าๆสีเขียว เพดานไม้ด้วย
 
แอบชิล
 
ที่เด็ดคือ เมนูมีซับไตเติ้ลภาษาจีนแบบเขียนเอง
และยังหลากสีสัน เหลือง ชมพู เขียว
ได้บรรยากาศหนังจีนมากๆ
ชะรอยโรงเตี๊ยมแห่งนี้
คงจะมีจอมยุทธ์ที่เก่งกาจอาศัยอยู่แน่
 
แล้วจอมยุทธ์แห่งอาหารก็เผยตัว
เป็นอาแปะแก่ๆใส่แว่น ท่าทางทะมัดทะแมง
เห็นพี่โจ้บอกว่าแกเคยเป็นเชฟที่โรงแรมออเรียนเต็ล
แต่เทสต์ไม่ตรงกะเจ้าของโรงแรม ก็เลยออกมาเปิดร้านเอง
 
สั่งอาหารมา3อย่าง
เนื้อผัดพริกเผาแบบกรอบ
กุ้งทอดเกลือ  เต้าหู้เสฉวน
 
โอ้ มาย คอมบุ!!
อาหารอร่อยเทพ เกิดอาการFULLFILL
และแดกไม่หยุด
จบคอร์สที่ราคา4คน 260 บาท เท่านั้นนน!!!
 
บางทีอาหารอร่อยก็ไม่จำเป็นต้องแพง
และมันซ่อนเร้นในห้องแถวแคบๆ
สำหรับผู้ที่ตั้งใจเสาะหา และคู่ควรที่จะกินเท่านั้น!!
 
 
 
จบไปอีกวันด้วยความสุขแบบล้นๆ
พักนี้กรูท่าจะบ้าไปแระ มีความสุขทุกวันเลยหงะ
SORRY, I'M HAPPY
 
 
 
 
14 de fevereiro

14:2:2549-ธรรมดา-

ตื่นมารับแสงอาทิตย์ยามสายเวลา 8 โมงครึ่ง
หลังจากทรมานหลอดเสียงและร่างกายอย่างหนักหน่วง
จากคาราโอเกะวันเกิดเค้กและการสร้างสรรค์งานศิลป์ชิ้นเอกเมื่อคืน
 
โอ วันนี้ วันแห่งความรัก
 
 
ไปถึงมหาลัยก็เจอหมิวน้อยเลย แต่ต้องแกล้งทัมเป็นไม่ค่อยสนใจ
เพราะตอนบ่ายอุตส่าห์เตรียมเซอร์ไพรซ์ไว้ อิๆๆ
 
ไม่ทันรัยก็ได้ช็อคโกแล็ตจากชะเอม
แล้วก็ ชิ้นนี่ที่รอคอย จากหมิวน้อย!
 
เกิดมาเพิ่งเคยได้ช็อคโกแล็ตวาเลนไทน์ครั้งแรก
รุสึกแสนสุขสมนั่งชมวิหกยิ่งนัก
 
แสงอาทิตย์ยามบ่ายเคลื่อนคล้อยไปกับการเล็คเชอร์อย่างทรหดในคลาสของญารินดา
 
แล้วเวลานั้นก็มาถึง
 
บ่ายสามโมง ข้าพเจ้ารีบวิ่งลงมาจัดการเปลี่ยนชุด!
ชุดที่เพื่อนๆชาวนิเทศอาจไม่คุ้นตา
นั่นคือ ชุดปุถุชนคนเดินถนนทั่วไป เสื้อยืด กางเกงยีนส์ คอนเวิร์ส
คนส่วนใหญ่อาจจะสงสัยว่า เออ แล้วไงวะ แม่งก็ชุดที่กูๆใส่กันทุกวันอะแหละ
แล้วมันแปลกตรงไหน?
เอาเป็นว่ามันแปลกสำหรับข้าพเจ้าละกันนะ
 
ตามรีเควสต์ที่หมิวน้อยเฝ้าไซโคมาตลอดอาทิตย์ ว่าอยากเห็นป้องในแบบmassๆบ้าง
 
วันนี้ป๋าป้องจัดห้ายยยย
 
เส็ดแล้วขั้นตอนต่อไป การเซ็ตผม
 
วันนี้เราได้แชมป์ผมระดับคณะอย่างไอ้พัด(ไอ้หล่อ)มาทำการปรุงแต่งทรงผมให้ทีเดียว
ไอ้พัดกะไอ้ปิ๊ปโป้ สองฝ่ายธรรมะ จัดการสระ ซอย เซ็ต(อ่อ2อันแรกไม่มีน่ะ เว่อไป)
จนได้ที่ เป็นทรงหนุ่มเกาหลีสุดเซอร์ จัดว่าเวิร์คมากทีเดียว กับการเซ็ตผมครั้งแรก
 
ออกมาจากห้องนำ เห็นเพื่อนภาคไทยเริ่มมาที่ใต้ถุน
 
โอ้ว ปีเตอร์!ไม่นะ !หรือว่าเรากะเวลาผิด แต่นี่มันเพิ่งบ่าย 3 ครึ่งเองนี่นา ไม่น่าเลิกเร็วขนาดนั้น
 
ซวยแระกรู ดอกไม้ที่สั่งไว้ที่สยามก็ยังไม่ได้ไปเอา
 
สมองส่วนประมวลผลสั่งให้ข้าพเจ้า
วิ่ง!!!!!!!
นั่งรถเมล์ไปสยามด้วยใจร้อนรน
 
รถเมล์ก็ดันเลี้ยวก่อน
ต้องลงแล้ววิ่งข้ามไปมาบุญครอง
วิ่งข้ามไปสยาม
วิ่งไปร้านดอกไม้ที่สยามซอย9
ขณะวิ่งยังพะวงกับผมที่เซ็ตมาว่ามันจะเสียทรงรึเปล่า นี่กูนอยขนาดหนักเลยนะเนี่ย
 
ไปถึงร้านดอกไม้ เอาออร์เดอร์ให้เค้าดู
พนักงานบอกว่า"เดี๋ยวนะ ถามช่างก่อน"
อ๊ากก ไม่ อย่าบอกนะ ว่ายังจัดไม่เสร็จ
รออยู่ปะมาน 7 นาทีได้ ถึงได้ดอกไม้ที่สั่งเอาไว้
 
ลิลลี่กะกุหลาบ ให้หมิวเป็นลิลลี่ละกัน แล้วป้องเป็นกุหลาบ
 
ออกมาเรียกแท็กซี่จากข้างในสยาม
รถโคตรติดบรรลัย ไม่รู้ว่าเค้าใช้ระบบปล่อยรถทีละคันรึเปล่า
 
แต่มีคนเคยบอกว่า ยิ่งเรารออะไร หรือรีบเท่าไหร่ จะยิ่งรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้า
 
คงจริง
 
ในที่สุด ข้าพเจ้าก็โดยสารรถแท็กซี่มาจนถึงคณะจนได้
โทรไปหาหมิวน้อย
โอ้วว เยสสส เดชะบุญหมิวน้อยยังอยู่บนตึก นึกว่าแผนจะพังซะแร้ว
 
ข้าพเจ้าจัดการขึ้นไปนั่งรอตรงหน้าลิฟต์ตึกนิติ ด้วยท่าที่คิดว่าฮิปที่สุดแล้ว
ในมือถือดอกไม้ช่อใหญ่
และงานศิลป์ที่บรรจงสร้างสรรค์มาค่อนคืน พร้อมกระดาษบอกความนัย
 
ตัวเลขบนแผงลิฟท์ทั้ง4ตัว ขึ้นลงๆเรื่อยๆ บางทีก็หยุดนิ่งเป็นเวลานาน
ติ๊ง!เลข12 ชั้นที่หมิวน้อยเรียน
11 10 9 8 7 6 5 4 3 2
 
ลิฟท์เปิด
เธอคนที่ผมรอคอยก้าวออกมา
 
แฮปปี้วาเลนไทน์เดย์ ครับ
หมิวน้อยรับดอกไม้กะรูปวาดไป
ยังดูตกตะลึงกะเหตุการข้างหน้าอยู่
อิๆๆๆ เค้าแอบเห็นตัวเองเขินด้วยนะ หน้าแดงเรยยย กิ๊วๆๆ
 
อยากหยุดเวลาไว้เลยตอนนั้น
รุสึกเหมือนจะเป็น
ชั่วโมงต้องมนต์
 
เดินผ่านโรงอาหาร ผ่านใต้ถุน ท่ามกลางเสียงกริ๊บกรี้วของเพื่อนๆพี่ๆ
 
รุสึกอบอุ่น มีความสุข หลายๆอย่างรวมกัน
 
 
เป็นวาเลนไทน์ธรรมดาๆที่จะจำไปอีกนาน
 
บางที การทำอะไรธรรมดาๆก็ดีเหมือนกันแฮะ
 
 
 
วันนี้ มีความสุขพีคคคคคคว่ะ
 
มีความสุขจนอยากจะออกวิ่งไป
วิ่งๆๆๆๆให้เหนื่อยล้มลงนอนบนพื้นเลยว่ะ
 
แฮปปี้วาเลนไทน์เดย์ทุกชีวิตบนโลกใบนี้
 
อย่าเศร้ากันมาก
 
มีความสุขกันเถิด เกิดมาแล้วก็ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่
 
Ps.รักนะ หมิวน้อยๆ
 
 
 
 
 
12 de fevereiro

สวัสดี

โอ้ว
ข้าพเจ้าไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่า
วันนึงจะต้องมานั่งอัพspaceเช่นนี้
แต่เอาเถอะ
การบันทึกอะไรในชีวิตลงไปในที่ๆนึง
มันอาจจะสนุกดีก็ได้
อย่างน้อยเราก็ได้กลับมานั่งทบทวน
ในรายละเอียด
หรือสิ่งเล็กๆน้อย
ที่ไม่ได้จดไว้แล้วอาจลืมไป
โอ้ ยอร์ช อัพทีแรกก็เนิร์ดซะแล้ว
วันนี้ตื่นมาพร้อมอาการเจ็บคอ ไอแค่กๆเหมือนเช่นอาทิตย์ก่อน
เมื่อไหร่มันจะหายซะทีวะ หวังว่าคงจะไม่เป็นโรคปอด
แถมข้าพเจ้ายังตื่นโคตรสาย ทำให้อดดูSmackdownตอนเช้าอีกตะหาก
 
วันนี้มีเซอร์ไพรซ์ หมิวน้อยโทรเข้าบ้านครั้งแรก แต่ไม่ได้รับ
เพราะกำลังปลดทุกข์หนักอยู่ในห้องนำ
โอ๋ๆหมาน้อยขอโทดนะ
แต่หมิวน้อยอย่าเบื่อหมาน้อยบ่อยละกัน หมาน้อยกลัวอ่า
ไม่รู้ถ้าไม่มีหมิวน้อย หมาน้อยจะเหงาแค่ไหนนะ
คิดถึงนะ^^
 
บางทีก็มานั่งคิด
จริงๆแล้วเราเกิดมาเพื่ออะไร
จริงๆแล้ว
อาจจะเกิดมาเพื่อใคร
หรือเพื่อทำอะไรซักอย่าง
บางคนเกิดมาเพื่อ
ทำความสำเร็จเพื่อตนเอง
บางคนเกิดมาทำความสำเร็จให้มวลมนุษยชาติ
 
กูเกิดมาเพื่อใคร หรือเพื่ออะไรนะ
 
 
 
แต่เอาเถอะ
 
 
ตอนนี้ต้อง กู้ชาติ!!!
นัดเจอกันเย็นนี้ ที่บ้านมาเอดะ!!